วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ทำงานเร็วกว่าด้วยคีย์ลัดบน Windows

จะสะดวกกว่าไหมครับถ้าเราไม่ต้องลากเมาส์ตามหาไอคอน เราเพียงแค่กดคีย์ที่ตั้งไว้ก็สามารถเปิดโปรแกรมที่ต้องการได้ในทันที แรก ๆ อาจไม่สะดวกแต่เมื่อใช้จนชินแล้วก็จะง่ายและเร็วขึ้นด้วยครับ มาดูกันครับว่าทำอย่างไร เริ่มต้นที่คีย์ลัดเข้าโปรแกรมที่เราต้องการกันก่อน

  1. คลิกขวาที่ไอคอนของโปรแกรมที่ต้องการทำคีย์ลัด แล้วเลือก Properties
  2. ที่ช่อง Shortcut Key ให้กด Ctrl + Alt + ตัวอักษรที่ต้องการ หรือ Shift + อักษรที่ต้องการ
  3. กด OK ก็จะสามารถใช้งานคีย์ลัดเข้าโปรแกรมที่เราต้องการได้ครับ
  4. ทดลองได้โดยกด Ctrl + Alt หรือ Shift ค้างไว้แล้วกดอักษรที่เราตั้งไว้ โปรแกรมที่เราต้องการก็จะเปิดขึ้นมาครับ


คีย์ลัดที่ใช้ในการทำงานทั่วไป

สำหรับ Windows XP, Vista และ 7
  • Windows key + E = เปิดหน้าต่าง Explorer
  • Windows key + R = เปิดกล่องคำสั่ง Run
  • Windows key + F = เปิดการค้นหา
  • Windows key + L = ล็อคคอมพิวเตอร์
  • Windows key + D = ซ่อนหรือแสดง Desktop
  • Windows key + M = ย่อหน้าต่างทั้งหมด
  • Windows key + Shift + M = ขยายหน้าต่างทั้งหมด
  • Alt + F4 = ปิดหน้าต่างหรือโปรแกรมที่ทำงานอยู่


ใน Windows Explorer

  • Shift + Delete = ลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ทิ้งแบบถาวร ( กู้คืนจาก Recycle Bin ไม่ได้ )
  • Alt + Enter = แสดงรายละเอียดของ Properties
  • F2 = เปลี่ยนชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์
  • F4 = แสดงเมนูใน Drop-Down List
  • F5 = รีเฟรชหน้าจอที่ใช้งานอยู่
  • Ctrl + A = เลือกวัตถุทั้งหมดในหน้าต่าง
  • Ctrl + C = คัดลอก (Copy)
  • Ctrl + X = ตัด (Cut)
  • Ctrl + V = วาง (Paste)
  • BackSpace = ย้อนขึ้นไปยังโฟลเดอร์ในระดับสูงกว่า
  • Ctrl + คลิกที่ไฟล์ = เลือกหลายไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่ต่อเนื่องกัน
  • การสร้างชอร์ตคัตของไฟล์ ให้กด Ctrl + Shift ค้างเอาไว้ ขณะลากไปยังโฟลเดอร์ปลายทาง
  • กรณีต้องการคัดลอกไฟล์ในไดรฟ์เดียวกัน ให้กด Ctrl ค้างเอาไว้
  • กรณีต้องการย้ายไฟล์ในคนละไดรฟ์ ให้กด Shift ค้างเอาไว้
  • Alt ซ้าย + Shift ซ้าย + PrintScreen เปิดใช้งานโหมด High contrast
  • Ctrl + W หรือ Ctrl + F4 ปิดหน้าต่างเอกสารที่ใช้งานอยู่ (กรณีเปิดหลายเอกสารในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน)
  • กด Shift ค้างไว้เมื่อใส่แผ่นซีดี = ยกเลิกการเล่นแบบอัตโนมัติ (Auto Play)
  • Ctrl + Shift + Esc = เปิดหน้าต่าง Task Manager
  • Alt + PrintScreen = บันทึกหน้าจอของหน้าต่างที่ใช้งานให้เป็นรูปภาพ


สำหรับ Windows Vista หรือ 7

  • Windows Key + U = เปิด Ease of Access CENTER
  • Windows Key + X = เปิด Mobility CENTER
  • Windows Key + Tab = สลับหน้าต่างแบบ Aero
  • Windows Key + SPACEBAR = แสดง Sidebar และ Gadgets ทั้งหมด
  • Windows Key + G = เลือกสลับไปยัง Gadgets แต่ละตัว
  • ใน Windows Explorer กด Alt + Up เพื่อย้อนขึ้นไปหนึ่งระดับ หรือกด Alt + (ปุ่มลูกศรซ้ายขวา) แทนการคลิก Back หรือ Forward

สำหรับ Windows 7
  • Windows Key + P = เลือกแสดงผลใน Projector
  • Windows Key + S = ใช้งาน OneNote Screen Clipping
  • Windows Key + Home = ย่อทุกหน้าต่างที่ไม่ได้ Active อยู่
  • Windows Key + (ปุ่มลูกศรขึ้น) = ขยายหน้าต่างปัจจุบันให้เต็มจอ
  • Windows Key + (ปุ่มลูกศรลง) = ลดขนาดหน้าต่างที่ใช้งานอยู่หรือย่อให้เล็กที่สุด
  • Windows Key + (ปุ่มลูกศรซ้ายขวา) = ทำให้หน้าต่างย้ายไปทางซ้ายหรือขวาของหน้าจอ
  • Windows Key + (ปุ่ม +/-) = ซูมหน้าจอเข้า/ออก ตามลำดับ
  • Windows Key + (ปุ่มหมายเลข 1, 2, 3…) = รันแอพพลิเคชั่นบนทาส์กบาร์ตามตำแหน่ง
  • Windows Key + T = ดูรายละเอียดของแต่ละโปรแกรมบนทาส์กบาร์ 
  • กดปุ่ม Shift พร้อมกับคลิกโปรแกรมบนทาส์กบาร์เป็นการเปิดหน้าจอใหม่ของโปรแกรมนั้น ๆ


สำหรับชุดโปรแกรม Office
  • Ctrl + Z = Undo
  • Ctrl + Y = Redo
  • Ctrl + B = ทำตัวหนา
  • Ctrl + U = ทำตัวขีดเส้นใต้
  • Ctrl + I = ทำตัวเอน Italic
  • Ctrl + F = ค้นหาคำที่ต้องการ
  • Ctrl + P = สั่งพิมพ์เอกสาร
  • Ctrl + S = บันทึกเอกสาร
  • Ctrl + Shift + A = ทำให้ตัวอักษรที่เลือกกลายเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Word)
  • Ctrl + BACKSPACE = ลบทั้งคำจากด้านท้าย (Word)
  • Ctrl + Shift + (ปุ่ม+) = แทรกแถวหรือคอลัมน์ (Excel)
  • Tab = เลือกไปยังเซลล์ถัดไปในแถวเดียวกัน (Excel)
  • Ctrl + M = แทรกสไลด์หน้าใหม่ (PowerPoint)


สำหรับ Internet Browser (อาจใช้ไม่ได้ผลกับบราวเซอร์บางตัว)
  • Alt + Enter เปิดหน้าเว็บหรือผลการค้นหาในแท็บใหม่
  • Alt + Home ไปยังหน้าโฮมเพจ
  • Alt + (ปุ่มลูกศรซ้ายขวา) เลือกไปที่หน้าก่อนหน้าหรือหน้าถัดไป
  • Ctrl + 0 ยกเลิกการซูมหน้าเว็บ
  • Ctrl + E ไปยังช่องค้นหา
  • Ctrl + F ค้นหาข้อความในหน้าปัจจุบัน
  • Ctrl + F5 รีเฟรชหน้าเว็บ กรณีที่ข้อมูลไม่ยอมอัพเดต
  • Ctrl + H เปิด History
  • Ctrl + (ปุ่ม+/-) ซูมหน้าจอเข้า/ออก
  • Ctrl + P พิมพ์หน้าเว็บ 
  • Ctrl + N เปิดหน้าต่างใหม่
  • F11 เปิด/ปิดการชมแบบเต็มจอ
  • Ctrl + Alt + F4 ปิดแท็บที่เหลือทั้งหมด ยกเว้นที่กำลังดูอยู่
  • Ctrl + คลิกที่ลิงก์ = เปิดหน้าเว็บในแท็บใหม่ (แบบ Background)
  • Ctrl + Shift + คลิกที่ลิงก์ = เปิดหน้าเว็บในแท็บใหม่ (แบบ Foreground)
  • Ctrl + Tab สลับระหว่างแต่ละแท็บ
  • Ctrl + W ปิดแท็บที่ใช้งานอยู่
  • Ctrl + (ปุ่มหมายเลข 1-8) = เลือกไปยังแท็บลำดับต่างๆ
  • F6 = เลือกข้อความใน Address Bar
  • Ctrl + Enter = เพิ่ม “www.” และ “.com” หน้าและหลังข้อความที่พิมพ์ใน Address Bar และ เปิดเว็บไซต์นั้นๆ


    วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

    ย้าย Windows 7 ข้ามเครื่องด้วย Windows Easy Transfer

    บทความนี้เป็นอีกหนึ่งบทความครับที่นำเอางานของคุณ augie แห่ง Puntip มาลงไว้เพราะเห็นว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการ Backup ข้อมูลต่าง ๆ ประจำเครื่อง หรือเพื่อย้ายข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่การย้ายโดยใช้ Windows Easy Transfer เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ การตั้งค่าต่าง ๆ เหมือนกับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามากกว่าครับ เพราะมันสามารถย้ายข้อมูลระบบ การตั้งค่าส่วนบุคคล ไฟล์งานต่าง ๆ และโปรแกรมที่มีขนาดเล็ก แต่ไม่สามารถย้ายโปรแกรมขนาดใหญ่ ๆ อย่างเช่น Microsoft Office, Nero, PowerDVD ได้ ซึ่งโปรแกรมพวกนี้คุณต้องติดตั้งใหม่ทั้งหมดครับ



    Windows Easy Transfer เป็น Feature หนึ่งของ Windows 7 ที่จะทำให้การโอนถ่าย Software ,Account ,E-mails ,Document ,รูปภาพ ,เพลง
    Internet Favorites หรือ ข้อมูลอื่นๆ ไปสู่คอมพ์อื่นๆเป็นเรื่องง่ายๆ เช่น เดิมคุณมีคอมพ์อยู่แล้วที่ใช้ Windows 7 และได้ซื้อคอมพ์ใหม่มาอีกตัว
    และมีความประสงค์ที่จะคอมพ์ใหม่ใช้ user account โปรแกรมต่างๆ เหมื่อนกับเครื่องเดิมก็ใช้ Feature นี้ได้ ไม่ต้องมาลงโปรแกรมใหม่อีก

    ทำความเข้าใจกันก่อน Windows Easy Transfer กับ Ghost
    Ghost คือ การทำให้เครื่อง 2 เครื่อง มี Windows ที่เหมื่อนกันทุกอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ Hardware ต่างๆ ในเครื่องก็ควรเหมื่อนหรือใกล้เคียงกันมากๆ
    ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิด Blue Screen ทำให้ใช้ไม่ได้
    Windows Easy Transfer คือการโอนถ่ายข้อมูลเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่อง ด้วยทั้งสองไม่จำเป็นต้องเหมื่อนกัน ตัว Windows อาจจะมีโปรแกรม หรือ User
    account อยู่ก่อนแล้ว และตัว Windows อาจจะเป็นคนละรุ่นก็ได้ เช่น คุณใช้ windows 7 RC และต้องการย้ายมา Windows 7 RTM หรือ Final ก็ได้
    ในตัวอย่าง นี้ ผมจะโอนถ่ายข้อมูล จาก Notebook Acer Aspire 4720Z Intel Pentium Dual-Core T2330 มาเครื่องเป้าหมายที่เป็น คอมพ์ตั้งโต๊ AMD
    Phenom II X3 710 ...(บทความนี้จะยาวหน่อยนะครับ รูปประกอบเยอะ )

    การ Backup เครื่องต้นแบบ
    1. ให้คลิกที่ Start แล้วพิมพ์ Windows Easy Transfer หรือ migwiz แล้ว จะมีหน้าต่าง Welcome to Windows Easy Transfer
    ซึ่งจะบอกรายละเอียดว่าสามารถโอนถ่ายอะไรบ้างในเครื่อง ให้คลิก Next

    2. มาหน้าต่างนี้ จะบอกว่า Windows Easy Transfer สามารถโอนถ่ายได้ 3 ทาง ได้แก่ 1.สายเคเบิล 2. Network 3.External Harddisk หรือ USB Flash
    Drive ในที่นี่ให้เลือก An external harddisk or USB flash drive



    3.โปรแกรมจะถาม เครื่องที่จะ Backup ในที่นี่จะ Backup เครื่องเก่า ให้เลือก This is my old computer



    4.ในหน้า ถัดมาโปรแกรมจะให้คุณใส่ external harddisk or USB flash drive เมื่อใส่แล้วก็คลิกที่ YES



    5.โปรแกรม จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง



    6.เมื่อโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลเสร็จ คุณสามารถเลือกหรือลบข้อมูลที่ไม่ต้องการโอนถ่ายได้ด้วยคลิกที่ Customize



    7. คลิกที่ Advanced เพื่อเลือกรายละเอียดตามโฟลเดอร์ย่อยๆ ลงไป



    8.คุณสามารถป้องกัน ไฟล์ที่จะทำการโอนถ่ายได้โดยใช้ Password


    9. มาหน้าต่างเลือกไดร์ฟที่จะเก็บไฟล์โอนถ่าย ในที่นี่เลือก External harddisk



    10.มาหน้านี้โปรแกรม จะทำการก็อปปี้ไฟล์ที่จะโอนถ่าย ใช้เวลามากน้อย ตามแต่ข้อมูลที่จะโอนถ่าย



    11.เมื่อโปรแกรมก็ อปปี้ข้อมูลเสร็จจะมีหน้าต่างออกมาก็คลิก Next > Next > Close ก็เป็นเสร็จ การ Backup ข้อมูลของเครื่องเก่าที่จะโอนถ่าย



    การโอนถ่ายข้อมูลเข้าเครื่องใหม่
    เมื่อ คุณได้ข้อมูลจากเครื่องเก่าแล้ว มาถึงขั้นตอนการโอนถ่ายสู่เครื่องใหม่ โดยเครื่องใหม่ต้องมี Windows 7 อยู่แล้ว ในที่นี่ผมใช้คอมพ์ที่ติดตั้ง Windows 7
    ใหม่ยังไม่มีโปรแกรมอื่น นอกจากตัว windows 7 เท่านั้น
    1.ให้คุณเรียก Windows Easy Transfer ขึ้นมา วิธีก็เหมื่อนตอน Backup เมื่อโปรแกรมทำงาน ให้เลือก An external hard disk or USB flash drive
    2.แล้วเลือก This is my new computer


    3.เมื่อเอา External Hard Disk เสียบเข้าคอมพ์เรียบร้อยก็คลิก Yes เพื่อยืนยัน



    4.แล้วให้คุณหา ไฟล์ที่โอนถ่ายที่อยู่ใน External Hard Disk คลิก Open


    5.โปรแกรมจะถาม Password ให้ใส่ Password ที่คุณใส่ไว้ในขั้นตอน Backup แล้วคลิก Next



    6.จาก นั้นจะมีหน้าต่าง Choose what to transfer to this computer คุณยังสามารถเลือกข้อมูลที่จะโอนถ่ายได้อีกครั้ง โดยคลิกที่ Customize ของ Username
    และ Shared Items เมื่อเลือกเสร็จแล้วก็คลิก Transfer


    7.ถ้าคุณคลิกที่ Advance Options ยังตัวเลือกให้เลือกอีก เช่น สามารถเลือกเอา User account จากเครื่องเก่า หรือจะสร้างใหม่ก็ได้ หรือจะเปลื่ยนไดรฟ์ที่จะเก็บก็ได้ เมื่อตั้งค่าได้ก็คลิก Save


    8.มาขั้นตอนนี้ โปรแกรมจะทำการโอนถ่าย..... นั่งรอครับ


    9.เมื่อปรากฏหน้าต่างนี้มา ก็หมายความว่าเรียบร้อยแล้วครับในการโอนถ่าย คลิก Close โปรแกรมจะให้ Restart เครื่อง เมื่อเครื่อง restart
    กลับมาใหม่คุณจะได้เครื่องที่เหมื่อนกับเครื่องเก่า โดยไม่ต้องมาทำการติดตั้งโปรแกรม หรือ Add user ให้เสียเวลาอีก .....ยาวหน่อยนะครับ เพื่อความละเอียดของการใช้ Feature นี้

    วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

    7 วิธีเร่งความเร็ว Windows 7

    การรีดความเร็วของ Windows นั้นก็ไม่มีอะไรยากครับ ถือหลักว่า ลดความสวยงามและความสะดวกบางอย่างไปซะ เราก็จะได้ประสิทธิภาพมากขึ้น

    1. ยกเลิก Startup

    โปรแกรมหลายตัวครับที่ทำงานพร้อมกับการเปิด Windows ลดโปรแกรมที่คุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้โดยการ กดโลโก้ Windows+r แล้วพิมพ์คำสั่ง msconfig แล้วกด Enter ที่แท็บ Startup ติ้กยกเลิกโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออก



    2. ปิด Services ที่ไม่ใช้งาน

    เช่นเดียวกันกับ Startup มี Services หลายตัวครับที่เราไม่มีความจำเป็นต้องใช้ตั้งแต่เปิดคอมพิวเตอร์ แต่ในส่วนนี้เราไม่จำเป็นต้องยกเลิกทั้งหมดครับ แค่เปลี่ยนโหมดเป็น Manual ก็ได้

    วิธีการก็คือ กดโลโก้ Windows+r พิมพ์ services.msc แล้วกด Enter เลือก service ที่คุณต้องการเปลี่ยนโหมด คลิกขวากด Properties ในช่อง Startup type เปลี่ยนเป็น Manual หรือ Disabled ตามแต่ความจำเป็นของการใช้งาน


    3. ปิดลูกเล่นของ Windows

    การยกเลิกลูกเล่นต่าง ๆ ของ Windows นั้นจะทำให้ลดความสวยงามของ Windows ไปครับ แต่ก็ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมา ขั้นตอนนี้ทำได้โดย กดโลโก้ Windows+r อีกเช่นเคย แล้วพิมพ์ systempropertiesperformance ในแท็บ Visual Effects เลือกปรับเป็น Adjust for best performance หรือ เลือกยกเลิกที่เช็คบ๊อกซ์ ในบางรายการ เช่น " Animate windows when minimizing and maximizing " "Enable Aero Peek" "Enable transparent glass"


    4. ลบ Fonts ที่ไม่ใช้

    Fonts ยิ่งมีมากเท่าไรระบบยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นครับ แต่หากเราเสียดาย Fonts ที่อุตส่าห์สะสมมาก็ย้ายไปเก็บที่อื่นก่อนก็ได้ จะใช้ก็ย้ายกลับมาใหม่ครับ วิธีเข้าไปที่ Folder Fonts เช่นเดิม กดโลโก้ Windows+r พิมพ์ fonts แล้วเลือกลบตัวที่ไม่ใช้ทิ้งครับ


    5. ปิด System Sounds

    อย่างที่บอกไว้ตอนต้นครับ อะไรที่ไม่ใช้ก็ปิดซะ วิธีการปิดก็คือ เรียก Run ( โดยการกดโลโก้ Windows+r ) พิมพ์ mmsys.cpl คลิกที่แท็บ Sounds ในช่องของ Sound Scheme เลือกเป็น ' No Sounds '



    6. ทำให้ Windows 7 รู้จักค่า L2Cache

    Microsoft ออก Windows มาหลายเวอร์ชั่นแล้ว แต่ก็ยังทำให้รู้จักค่า L2Cache ตั้งแต่ติดตั้งระบบไม่ได้ครับ เราต้องแนะนำให้มันรู้จักกันครับ และเรื่องนี้ผมเคยเขียนแล้ว กลับไปอ่านบทความเก่าได้ครับ



    7. Cleanup และ Defragmant

    ข้อสุดท้าย คือ หมั่นลบไฟล์ขยะต่าง ๆ และจัดระเบียบไฟล์ให้เป็นที่เป็นทาง แค่นี้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่แรมน้อย ๆ ก็จะเป็นคอมเครื่องเก่งแล้วครับ


    วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

    บังคับให้ Windows 7 ติดตั้งกับ RAM ที่ต่ำกว่า 512 MB

    บทความนี้เรื่อง "บังคับให้ Windows 7 ติดตั้งกับ RAM ที่ต่ำกว่า 512 MB" เป็นบทความเรื่องที่ คุณ "augie" เขียนลงใน Pantip ผมเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับคนที่มีเครื่องเก่า ต้องการลง Windows 7 จึงนำมาเผยแพร่ต่อครับ

    สำหรับคนที่เครื่องไม่เก่ามากสามารถติดตั้ง Windows 7 จาก USB/Flash Drive ได้ ตัดขั้นตอนของการใช้โปรแกรม Ultra ISO ไปได้เลยครับ เพราะเมื่อแก้ไขไฟล์ด้วย HEX editor แล้วจะเซฟไฟล์ทับลงไปใน USB/Flash Drive ได้เลยครับ

    ในส่วนของการใช้คอมพิวเตอร์ที่ Ram ต่ำกว่า 512 MB จะทำให้ Windows 7 อืดหรือไม่นั้น คราวหน้าผมแนะนำวิธีตั้งค่า Windows 7 ให้ทำงานได้เร็วขึ้นครับ

    ลองทำตามวิธีของคุณ augie ดูครับ

    ปกติการติดตั้ง Windows 7 นั้นค่าต่ำสุดของ Windows 7 ได้แก่ 512 MB ถ้าต่ำกว่าหรือมีไม่ถึงจะการแสดงค่า

    Windows detected that this computer has MB of RAM, but 512 MB is required for installation. Installation cannot proceed.

    ในตอนติดตั้ง แต่บางท่านมีความต้องการอยากจะลองใช้ Windows 7 แต่ติดตรง PC ของท่านนั้นมี RAM อันน้อยนิด ผมหาวิธีติดตั้งภายใต้ RAM อันน้อยนิดของท่านให้ได้ ก็ HACK ไฟล์ Windows ซะเลย ตามผมมาจะแสดงวิธีให้ครับ...

    วิธีนี้ใช้กับ 32 บิท นะครับ 64 บิท ไม่ไหวครับ

    สิ่งที่ต้องมี


    1. Windows 7 32bit ISO หรือแผ่นติดตั้ง Windows 7 จะ Build ไหนก็ได้ แต่ ในบทความนี้และบทความที่เกิดต่อๆไป ที่ผมจะเขียน ผมใช้ Windows 7 Ultimate

    ตัวจริงที่จะออกจำหน่ายเดือนตุลาคมนี้ ต้องขอขอบคุณทางไมโครซอฟต์ ประเทศไทยที่เอื้อเฟื้อแผ่น Windows 7 Ultimate 32 bit มาให้ ...นี้ถ้าได้แบบ 64 bit ด้วยคงจะแจ่มเลย จะได้ครบชุด.....พูดเล่นนะครับ ได้แค่นี้ก็แจ่มแล้ว

    2. โปรแกรมพวก HEX editor ในบทความนี้ผมของใช้ Hex Editor Neo

    3. UltraISO หรือ PowerISO ในบทความผมของใช้ UltraISO

    เริ่มลงมือ

    1. ให้เปิด UltraISO ขึ้นมาแล้วเปิดไฟล์ ISO ของ Windows 7 แล้วหาไฟล์ที่ชื่อ winsetup.dll โดยไฟล์นี่จะอยู่ที่ /sources เมื่อเจอแล้วถ้าเป็นแผ่น Image ISO

    ให้เอาเม้าส์คลิกขวาที่ไฟล์นี้ เลือกคำสั่ง Extract to เพื่อขยายไฟล์เก็บไว้ใน Harddisk ถ้าใช้แผ่นติดตั้ง Windows 7 ก็ให้ลากไฟล์มาเก็บที่ Harddisk ได้เลย




    2.ให้เปิดโปรแกรม HEX editor ออกมาแล้วทำการเปิดไฟล์ winsetup.dll ที่ได้มาจากขั้นตอนที่ผ่านมา หา string 77 07 3D 78 01



    3.เมื่อเจอแล้วให้แทนที่ string ที่เจอตามนี้ E9 04 00 00 00 เสร็จแล้วเซฟไฟล์


    4.ต่อไปก็ให้เปิด Image ISO Windows 7 ขึ้นมาใหม่ เอาไฟล์ winsetup.dll ที่ผ่านแก้ไขแล้ว มาไว้ที่ sources folder แทนที่ไฟล์เดิม ทำการเขียนแผ่นหรือทำ image ISO ใหม่ ก็จะได้แผ่นติดตั้ง Windows 7 ที่ผ่านการปลดล๊อก RAM ขั้นต่ำในการติดตั้ง



    UltraISO กำลังเขียน image ISO




    วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

    God Mode : โฟลเดอร์เทพ ควบคุมทุกอย่างของ Windows 7

    สำหรับผู้ใช้ Windows 7 การปรับแต่งเพื่อควบคุมของการทำงานของ OS ตัวนี้ จำเป็นต้องคลิกหลายขั้นตอนครับ ดังนั้น ทางไมโครซอฟท์ (Microsoft) จึงได้พัฒนาโฟลเดอร์เทพนี้ขึ้นมาครับ



    God Mode จะเป็นโฟลเดอร์ที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะทำให้คุณสามารถปรับแต่ง Windows 7 ได้อย่างเทพ ไม่ว่าจะเป็นรายการควบคุมในคอนโทรลพาเนล ( Control Panal ) การปรับแต่งอินเตอร์เฟตต่าง ๆ ( Interface Customization ) และอื่น ๆ ที่จะทำให้คุณเข้าถึงได้ในโฟลเดอร์เดียวครับ

    วิธีการเปิด GodMode ก็ง่าย ๆ ครับ ตามนี้เลย

    1. คลิกขวาในพื้นที่ว่าง ( จะเป็น Desktop หรือใน C:\ ) เลือก New ตามด้วย Folder
    2. เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ตามนี้ครับ : GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}
    ลองทำดูกันนะครับ


    ข้อมูลจาก : www.downloadsquad.com

    วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

    การทำแผ่น Boot Acronis ลงแผ่น DVD

    มี Mail มา 2 ฉบับครับ ฉบับแรกจากคุณเดชาธร " กระผมมีเรื่องรบกวนอยากเรียนถามวิธีการทำแผ่น boot DVD จาก Acronis ครับคือ มือใหม่จริง ๆ ควานหาไม่เจอ ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนครับ"

    ฉบับที่ 2 จากคุณ Sathaporn "ส่วนปัญหาที่ผมอยากสอบถามคือ เรื่องการ Restore ผ่าน DVD ที่Backup ด้วยวิธีการ Spliting ว่ามีกระบวนการ Restore อย่างไรผ่านแผ่น DVD ที่ทำไว้ 2 แผ่น (เคยbackupแล้วsplit ได้ 2 แผ่น) มีวิธีการทำอย่างไร"

    ขอตอบในครั้งเดียวกันนี้เลย ในส่วนของการทำ Boot DVD นั้นให้ทำตามขั้นตอนใน " Backup ข้อมูลด้วย Acronis True Image Home " จนเสร็จ จากนั้นให้ใช้ โปรแกรม UltraISO เปิดไฟล์ Image ของ Acronis เพิ่มไฟล์ Backup ลงไป ก็จะได้แผ่นจะได้แผ่น Backup DVD ครับ ส่วนวิธีการใช้โปรแกรม UltraISO ขอให้ประยุกต์ใช้จากเรื่อง เพิ่มไฟล์ลงแผ่น Windiws XP โดยใช้ UltraISO นะครับ

    ในส่วนของการ Restore โดยใช้ Backup ที่ผ่านการ Spliting มานั้น ให้นำไฟล์ Backup แผ่นที่ 2 มาทำเป็นแผ่น Boot เพราะ Acronis จะเรียกหาส่วนสุดท้ายก่อน ซึ่งเวลา Restore ต้องคอยสลับแผ่นตามที่โปรแกรมเรียกหาครับ

    เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนที่เราจะ Backup Windows ให้เรียก Run แล้วพิมพ์ %temp% จากนั้นให้ลบไฟล์ที่อยู่ในโฟล์เดอร์ Temp ทิ้งทั้งหมดครับ จะช่วยให้ไฟล์ Backup มีขนาดเล็กลงครับ ( สำหรับ Windows ที่ไม่ได้ปรับแต่งอาจได้ถึง 1.4 GB เลยทีเดียว )



    อีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ไฟล์ Backup ของเรามีขนาดเล็กลงได้นั้นคือ ในหน้า Files to exclode ที่สามารถตัดไฟล์ที่ไม่ต้องการออกไปได้นั้น ให้ Add ไฟล์ Pagefile.sys ลงไป แล้ว Backup ต่อไปตามปกติ ไฟล์ Backup ที่ได้ก็จะมีขนาดเล็กลงอีกตามขนาดของ Pagefile.sys ที่ตั้งไว้ครับ ( ประมาณ 1.5 เท่าของ Ram ที่คุณติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ )

    และหากคุณลงเฉพาะโปรแกรมที่คุณจำเป็นต้องใช้จริง ๆ แล้วลบไฟล์ใน Temp ทิ้ง บวกกับตัดไฟล์ Pagefile.sys ออกไป Backup ของคุณก็คงมีขนาดเพียงแค่ DVD แผ่นเดียวครับ

    วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    ลง WindowsXP จาก USB/Flash Drive แล้วลง Office2007 ไม่ได้ แก้ง่ายแค่...

    ใครที่ลง Windows XP จาก USB/Flash Drive หรือ ใช้แผ่นที่ผ่านการปรับแต่งมา อาจจะเคยพบเจอปัญหานี้ครับ นั้นคือ ไม่สามารถลง Office 2007 ได้ เวลาลงไปแล้วจะขึ้นข้อความว่า "บริการ windows Installer ไม่สามารถปรับปรุงแฟ้ม Windows ที่ถูกปกป้องได้ การติดตั้งล้มเหลว กำลังยกเลิกการเปลี่ยนแปลง..."




    ปัญหาเกิดจากไฟล์ fp4Autl.dll หายไปนั้นเอง วิธีแก้ก็ง่ายๆ แค่ก๊อบปี้ไฟลตัวนี้ไปวางไว้ในที่ที่มันควรจะอยู่ คือที่ c:\program files\common files\microsoft shared\web server extensions\40\bin ก็จะสามารถลง Office 2007 ได้ตามปกติครับ

    ไฟล์ fp4Autl.dll หาได้จากแผ่นติดตั้ง Windows XP ทั่วไป โดยเปิดแผ่นเข้าไปที่โฟลเดอร์ i386 จากนั้นหาไฟล์ที่ชื่อว่า FP40EXT.CAB ดับเบิ้ลคลิกมันขึ้นมา มองหาไฟล์ fp4Autl.dll ที่เราต้องการ แล้ว Extract ไฟล์ออกมา ก๊อบปี้ไปไว้ใน c:\program files\common files\microsoft shared\web server extensions\40\bin ก็เป็นอันเสร็จพิธี

    ส่วนใครไม่อยากยุ่งยาก ผมเตรียมไฟล์เป็น .exe ให้แล้ว โหลดจากที่นี่ไป เวลาจะใช้ก็แค่ดับเบิ้ลคลิก กด Install ก็ใช้ได้เหมือนกันครับ

    วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    USB/Flash Drive ตัวเดียว เปรี้ยว !!! ติดตั้งได้ทั้ง Windows 7/Vista/XP และ PE ด้วย USB Multiboot 10

    สำหรับผู้ดูแลระบบหรือช่างคอมพิวเตอร์แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องมีแผ่นบู๊ตหลายแบบไว้แก้ปัญหาต่างๆ แต่สำหรับบางคนการพกแผ่น CD/DVD ก็เป็นเรื่องยุ่งยากซะเหลือเกิน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบพกแผ่น CD/DVD จึงเปลี่ยนมาใช้ USB บู๊ต Backup ข้อมูลต่าง ๆ หรือใช้ Hiren's Boot ในการแก้ไขปัญหาไวรัสหรือกู้ข้อมูล แต่ยังติดปัญหาเรื่องการติดตั้ง Windows ตัวเต็มจาก USB/Flash Drive ที่อยากพกตัวเดียวแต่ลงได้ 2- 3 OS และเห็นว่า USB MultiBoot 10 ที่มีอยู่น่าจะทำได้ (แต่ไม่ได้ลองทำซะที ) และหลังจากที่ลองทำ ก็พบว่าเป็นที่น่าพอใจจึงนำมาเขียนแนะนำกันครับ

    สิ่งที่ต้องมีก่อน
    1. โปรแกรม USB MultiBoot 10 กดโหลดได้ที่นี่
    2. แผ่นติดตั้ง Windows XP ( แนะนำให้ใช้แผ่นที่ยังไม่ผ่านการโมมา/แผ่นแท้นะครับ )
    3. แผ่นติดตั้ง Windows 7 หรือ Vista ( อันนี้เลือกเอาครับว่าจะใช้อะไร แต่ในที่นี้จะใช้ Windows 7 )
    4. แผ่น Windows PE
    5. USB/Flash Drive 4 GB ขึ้นไป

    เริ่มกันที่ สร้างโฟลเดอร์ขึ้นมา 3 โฟลเดอร์ ตั้งชื่่อเป็น XP, 7, และ PE ตามลำดับ แล้วก๊อบปี้ไฟล์ในแผ่นที่เตรียมไว้เข้าไปในโฟลเดอร์ตามชื่อครับ

    เมื่อก๊อบปี้ไฟล์ทั้งหมดแล้ว เปิดโฟลเดอร์ USB MultiBoot 10
    รัน USB_MultiBoot_10.cmd ขึ้นมาแล้วกด Enter


    พิมพ์ h เพื่อรัน HP USB Disk Storage Format Tool
    เลือก USB/Flash Drive ที่ต้องการ ( ดูดี ๆ นะครับ เพราะหากผิด Drive จะเสียเวลากู้ข้อมูลอีก ) ติ๊กที่ช่อง Quick Format เพื่อให้ Format เร็วขึ้นแล้วกด Start


    หลังจาก Format เสร็จปิด HP USB Disk Storage Format Tool
    แล้วกลับมาที่ USB_MultiBoot_10.cmd พิมพ์ p เลือกไปที่โฟลเดอร์ที่คุณเก็บไฟล์ PE ไว้ ( ในกรณีของผมเป็น D:\pe )

    จากนั้นพิมพ์ v เลือกไปที่่โฟลเดอร์ที่คุณเก็บไฟล์ Windows 7 หรือ Vista ไว้ ( เช่นเดียวกันกับ PE ในกรณีของผมเป็น D:\Windows7 )

    พิมพ์ 1 เลือกไปที่เก็บไฟล์ XP ( ผมใส่แผ่นติดตั้งใน CD-Rom จึงเลือกเป็น H:\ )


    เมื่อเราเลือกที่เก็บไฟล์ Windows XP แล้ว จะมีเมนูขึ้นมาให้เราตั้งค่าจะกด Cancel เพื่อไปตั้งค่าตอนติดตั้ง Windows XP ก็ได้ แต่ขอแนะนำให้กด Yes ไปดีกว่าครับ

    ส่วนที่สำคัญคือในข้อ 3 ให้ใส่ Product Key 25 ตัว ของ Windows ลงไป และในข้อ 6 TimeZome ที่ต้องเลือกเป็น 205 เพื่อเป็นเวลาในประเทศไทยครับ ส่วนข้ออื่นตั้งได้ตามใจชอบ


    จากนั้นพิมพ์ 2 เพื่อเลือก USB/Flash Drive ที่เราจะใช้ ( ของผมเป็น G: )
    สุดท้ายแล้ว ให้พิมพ์ 3 เพื่อให้โปรแกรมก๊อบปี้ไฟล์ทุกอย่างลง USB/Flash Drive และจากนี้หากโปรแกรมมีเมนูขึ้นมาให้เราเลือก ให้เลือก Yes ไว้ตลอดครับ

    นอกจาก 3 ตัวที่เราจับยัดลง USB/Flash Drive แล้ว USB MultiBoot 10 ยังใส่ตัวบู๊ตได้อีกหลายอย่างครับ แต่สำหรับผม ถ้าใส่ PE ลงไปแล้วตัวบู๊ตอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยสำคัญ เพราะ PE ทำได้ครบแล้วครับ ทั้งเรื่องจัดการ Harddisk, Backup/Restore ข้อมูล, กำจัดไวรัส ( ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ติดตั้งใน PE ) สรุป USB/Flash Drive ตัวเดียวเปรี้ยวได้ทั่วครับ

    ทิ้งท้ายอีกนิด ใครจะทำลง USB Harddisk ก็ได้นะครับ ไม่ผิดกติกา


    Tag : USB, Flash Drive, USB Boot, Windows 7, Vista, Windows XP

    วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

    ลง Windows 7 หรือ Vista จาก USB/Flash Drive

    Windows 7 เป็น OS ใหม่ที่ Microsoft จะวางจำหน่ายแทน Windows Vista ในช่วงปลายปีนี้ ด้วยระบบที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิม ทำให้ Windows 7 ไม่กินแรงเครื่องและเหมาะที่จะลงกับ Net Book มากกว่า Vista แถมยังมีระบบให้นำไปทำตัวติดตั้งจาก USB/Flash Drive มาให้ด้วย มาดูกันครับว่าทำอย่างไร

    การลง Windows 7 หรือ Vista จาก USB/Flash Drive

    สิ่งที่คุณต้องมีก่อนก็คือ
    1. แผ่นติดตั้ง Windows 7 หาโหลดได้จากเวบของ Microsoft ซึ่งตอนนี้ให้ใช้ได้ฟรีถึง มิถุนายน 2553 ครับ ใส่รอไว้ใน DVD Drive ของคอมพิวเตอร์คุณได้เลยครับ
    2. USB/Flash Drive ขนาด 4 GB ขึ้นไป
    3. คอมพิวเตอร์ที่มี DVD Drive และลง Windows 7 ไว้แล้ว ( โปรแกรม Diskpart ของ Windows XP ไม่สามารถใช้งานได้ครับ )

    ถ้าคุณมีทุกอย่างพร้อมแล้ว เริ่มกัน ไปที่ Start Menu พิมพ์ cmd ในช่อง Search programs and files หรือ ที่ Accessories / Command Prompt เพื่อเรียก cmd.exe ขึ้นมา

    พิมพ์ diskpart กด Enter จะมีหน้าต่าง Diskpart.exe ขึ้นมา แต่อย่าพึ่งปิดหน้าต่าง cmd นะครับ เพราะจะต้องใช้ต่อ


    ที่หน้าต่าง Diskpart.exe ทำตามขั้นตอนนี้ครับ

    1. พิมพ์ list disk เพื่อดูว่า USB/Flash Drive เป็น Disk ที่เท่าไหร่ ( USB/Flash Drive ต้องเสียบอยู่ที่คอมพิวเตอร์อยู่แล้วนะครับ ไม่งั้นจะหาไม่เจอ )

    2. พิมพ์ select disk x ( x แทนตัวเลข disk ครับ ในกรณีของผมเป็น disk 3 )

    3. พิมพ์ clean เพื่อลบทุกอย่างใน USB/Flash Drive

    4. พิมพ์ create partition primary

    5. พิมพ์ select partition 1

    6. พิมพ์ active

    7. พิมพ์ format fs=xxx quick ( ตรง xxx ให้เลือกได้ครับว่า จะใช้ fat32 หรือ ntfs ตัดสินใจง่าย ๆ ครับ ถ้าต้องการติดตั้งอย่างเร็ว ใช้ ntfs แต่ถ้าจะใช้เก็บเพลงไว้เล่นกับเครื่องเล่น DVD ให้ใช้ fat32 ส่วน quick หมายถึงให้ format แบบเร็วครับ )

    8. พิมพ์ assign เพื่อบันทึกตำแหน่งของ USB/Flash Drive จากนั้น พิมพ์ exit ออกจาก diskpart ครับ


    กลับมาที่หน้า cmd ( ใครปิดไปแล้วก็เปิดขึ้นมาใหม่ ) พิมพ์ x: ( x แทน DVD Drive letter ในคอมพิวเตอร์ผมคือ f: )

    พิมพ์ cd boot เพื่อเข้าไปที่ folder boot แล้วพิมพ์ bootsect /nt60 x: ( x แทน USB/Flash Drive ในคอมพิวเตอร์ผมคือ g: )


    เมื่อเตรียม Boot Secter เสร็จแล้ว ก็ Copy ไฟล์ทุกอย่างในแผ่นติดตั้ง Windows 7 ลงไปใน USB/Flash Drive แค่นี้คุณก็ได้ USB/Flash Drive ไว้ติดตั้ง Windows 7 แล้วครับ

    สุดท้ายเวลาติดตั้งอย่าลืมตั้ง Boot ของ Net Book เป็น USB/Flash Drive ก่อนนะครับ



    วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    จับ Hiren's Boot ลง Flash Drive

    ช่วงนี้กระแส Net Book กำลังมาแรงครับ และ Net Book ที่ว่าก็ไม่มี CD/DVD Drive ซะด้วย ทำให้การติดตั้ง Windows ลงโปรแกรม จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากและสิ้นเปลืองที่จะซื้อ Drive External มาใช้ในขณะที่ Flash Drive มีราคาถูกมาก ดังนั้นวันนี้มาจับ Hiren's Boot ลง Flash Drive กันครับ ก่อนอื่นขออธิบายสักนิด สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Hiren's Boot คืออะไร

    Hiren's Boot คือ ชุดรวมโปรแกรมจัดการคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Back Up Windows, จัดการ Hard disk, กู้ข้อมูล, แก้ไขปัญหาต่างๆ ของ Windows เรียกได้ว่าครบวงจรเลยที่เดียว ยิ่งเวอร์ชั่นตั้งแต่ 9.7 ขึ้นมา มี Mini Windows ติดมาด้วย ยิ่งทำให้การกู้ข้อมูลของเครื่องที่ Windows ล่ม ทำได้ง่ายขึ้นไปอีกครับ

    ก่อนอื่นก็ต้องเตรียมตัวกันก่อน สิ่งที่คุณต้องมีตามนี้ครับ
    1. Hiren's Boot
    2.
    USB Disk Storage Format
    3. Grub 4 DOS

    เสียบ Flash Drive ที่มีขนาดเกิน 256 MB เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ แต่ต้องให้แน่ใจว่า ใน Flash Drive ไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรนะครับ ถ้ามีให้เซฟไว้ที่อื่นก่อน เพราะเมื่อสั่ง Format แล้วข้อมูลจะหายหมด เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

    เปิดโปรแกรม USB Disk Storage Format เลือก Drive USB เตรียมไว้ครับ ( ดูให้ถูกนะครับ เดี๋ยวข้อมูลหายหมด ) ในช่อง Volume Label เราสามารถตั้งชื่อ Flash Drive ของเราได้ตามใจชอบ จากนั้นกด Start ได้เลยครับ



    เมื่อ Format เสร็จแล้ว ให้เปิดโปรแกรม Grub 4 DOS ตั้งค่าตามภาพข้างล่างนี้ แล้วกด Install ได้เลยครับ
    สำหรับคนที่ใช้ Windows 7 โปรแกรม USB Disk Storage Format และ Grub 4 DOS ต้อง Run ในโหมด Administrator เท่านั้นนะครับ



    เมื่อโปรแกรม Grub 4 DOS ทำงานเสร็จแล้วให้ Copy ไฟล์ grldr และ menu.ist ในโฟลเดอร์ Grub 4 DOS ลงไปใน Flash Drive ที่เราทำไว้ครับ

    จากนั้น Copy ไฟล์ทุกอย่าง ใน Hiren's Boot ที่เราไรท์ใส่ CD เตรียมไว้แล้ว ลงไปครับ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จครับ

    วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    NTLDR is missing แก้ง่าย ๆ ด้วย Acronis True Image Home


    เคยไหมครับ Boot Computer ขึ้นมา แล้วหน้าจอแสดงผลว่า NTLDR is missing Press Ctrl+Alt+Del to restart การแสดงผลการบูตลักษณะนี้คือ ไฟล์ NTLDR หายไปครับ วิธีแก้ก็มีหลาย ๆ แบบครับ บางคนใช้แผ่นติดตั้ง Windows XP repair ใหม่ คนที่ก๊อปไฟล์ใน DOS ได้ ก็ก๊อปไฟล์ NTLDR จากเครื่องเพื่อนมา แต่วิธี repair Windows ใหม่ใช้เวลามากเกินไป ส่วนการก๊อปไฟล์ใน DOS ก็เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับบางคน วันนี้มาลองวิธีนี้กันครับ

    NTLDR is missing แก้ง่าย ๆ ด้วย Acronis True Image Home

    1. เริ่มต้นด้วยการ Boot แผ่น Acronis True Image ครับ แล้วทำตามขั้นตอนตามบทความเรื่อง Backup ข้อมูลด้วย Acronis True Image Home ตอน 2 ตั้งแต่ข้อที่ 10 - 13 จากนั้นในหน้า Choose restore method ให้เลือกที่ Restore chosen files and folders ( ตามรูปข้างล่าง )



    2. หน้า Restore backup data to เลือกพื้นที่ที่จะ Restore ( ในกรณีที่ทำ Backup จากเครื่องอื่น จะเลือกได้แค่ New location )


    3. เลือกพื้นที่ที่จะ Restore ในกรณีนี้ เลือกที่ Drive C: ครับ


    4. เลือกติ้กเครื่องหมายถูกหน้าไฟล์ที่ต้องการ Restore กลับมา คือไฟล์ที่ใช้สำหรับการ Boot ทั้งหมด AUTOEXEC.BAT, boot.ini, CONFIG.SYS, MSDOS.SYS, NTDETECT.COM, ntldr

    5. จากนั้นให้กด Summary และ Proceed รอ 2 - 3 วินาที ก็เสร็จเรียบร้อย Restart เครื่อง ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ตามปกติแล้วครับ

    ทิ้งท้าย วิธีการแก้ NTLDR is missing ด้วย Acronis True Image สามารถประยุกต์ใช้กับการ Restore ไฟล์ที่ต้องการอื่น ๆ ใน Image ที่ Backup ด้วย Acronis True Image ครับ